เมื่อวานนี้ผมเดินดูสวนหมอนทองแถวขลุง… ยืนคุยกับพี่เจ้าของสวนแกบ่นให้ฟังว่า “หมอ… ฝนตกๆ หยุดๆ แบบนี้ ต้นมันนิ่งสนิทเลย ปุ๋ยก็หว่านไปแล้ว ทำไมมันยังไม่ยอม แตกยอด รัดใบอ่อน สักที แถมบางต้นใบก็เริ่มสลด มีแผลฉ่ำน้ำที่โคนต้นอีก” ผมบอกพี่แกไปตรงๆ เลยว่าใจเย็นๆ ครับพี่… ระบบรากมันอาจจะกำลังมีปัญหาจากโรครากเน่าโคนเน่าอยู่ พอรากมันป่วย… มันก็ส่งอาหารไปเลี้ยงข้างบนไม่ได้ ต้นมันถึงไม่ยอมเปิดตาดอกหรือไล่ใบอ่อนให้เราเห็น
สวนทุเรียนเมืองจันท์บ้านเรา… ถ้าต้นไหนเจอ รากเน่าโคนเน่า เข้าเล่นงาน ระบบท่อน้ำเลี้ยงมันจะถูกตัดขาดทันทีครับ… ใบจะเริ่มเหลือง ร่วง และหยุดชะงัก การที่จะทำให้ต้นทุเรียนกลับมา แตกยอด รัดใบอ่อน ได้สม่ำเสมอพร้อมกันทั้งสวน… เราต้องเข้าไปฟื้นฟูระบบราก ควบคู่กับการเติมสารอาหารที่พืชดูดซึมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอกระบวนการสังเคราะห์แสงที่ยาวนานครับพี่น้อง
—
ไคโตซานสำหรับทุเรียนคืออะไร
“หมอ… สรุปไอ้ขวดนี้มันคือยาหรือคืออะไรกันแน่ เห็นพูดกันหนาหูในตลาด” พี่สวนข้างๆ เดินเข้ามาจับขวดดู… ผมอธิบายให้ฟังแบบคนบ้านเราเลยนะพี่ ไคโตซานสำหรับทุเรียนเนี่ย มันไม่ใช่ปุ๋ยเคมี… และไม่ใช่ยาฆ่าแมลงจากห้องแล็บหรอกครับ แต่มันคือสารสกัดชีวภาพที่ได้จากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์… นำมาผ่านกระบวนการเพื่อให้เข้ากับเซลล์ของต้นทุเรียนได้ดีที่สุดนั่นเอง
ไม่ใช่ยาฆ่าเชื้อ แต่คือเกราะกันภัย
พี่ต้องเข้าใจหลักการของมันก่อนนะ… ไคโตซานไม่ใช่ยาปฏิชีวนะที่จะวิ่งเข้าไปฆ่าเชื้อราตัวร้ายโดยตรง… แต่มันทำหน้าที่เหมือนการสร้างภูมิคุ้มกัน หรือเป็นเกราะกันภัยให้กับเซลล์พืชครับ…
พอเราฉีดพ่นลงไป… มันจะไปสะกิดให้ต้นทุเรียนตื่นตัว แล้วรีบสร้างสาร “ไฟโตอะเล็กซิน” ซึ่งเป็นสารต้านทานโรคธรรมชาติของพืช… ผนังเซลล์จะหนาขึ้น แข็งแรงขึ้น ทำให้เชื้อราที่ทำให้เกิดโรครากเน่าโคนเน่าเข้าทำลายได้ยาก… พอกลไกป้องกันตัวเองทำงาน ต้นทุเรียนก็มีแรงกลับมา แตกยอด รัดใบอ่อน ได้ตามรอบของมันครับ
ทุเรียนต้องการมากกว่าพืชอื่น
ทำไมผมถึงบอกว่าทุเรียนต้องการไคโตซานมากกว่าพืชชนิดอื่น… ก็เพราะทุเรียนเป็นพืชที่เซนซิทีฟล้นเหลือครับพี่น้อง… รากหากินตื้น เปลือกบาง อากาศเปลี่ยนนิด ฝนตกชุกหน่อย รากก็เน่าแล้ว…
ไม่เหมือนพวกมันสำปะหลังหรืออ้อยที่อดทนกว่าเยอะ… ทุเรียนต้องการการกระตุ้นให้รากแตกใหม่อยู่ตลอดเวลา… เพื่อให้มีรากฝอยมากพอที่จะดูดสารอาหารไปใช้ในการ แตกยอด รัดใบอ่อน ยิ่งรากฝอยเดินดี… ใบอ่อนก็รัดได้เร็วและสมบูรณ์แข็งแรงขึ้นครับ
—
ไคโตซานสูตรโอลิโกเมอร์ที่ผมใช้อยู่
“แล้วของหมอ… แตกต่างจากไคโตซานขวดละไม่กี่ร้อยตามท้องตลาดยังไงล่ะ” พี่น้องหลายคนคงคิดในใจแบบนี้… ผมไม่ชอบพูดเกทับใครนะพี่… แต่ผมอยากให้ดูที่เนื้อในและนวัตกรรมการผลิตของ ปฐพีธาราไคโตซาน ตัวที่ผมเลือกใช้และนำมาแนะนำให้พี่น้องลองเปิดใจดูครับ
โมเลกุลเล็กลงได้อย่างไร และทำไมต้องสัดส่วน 50:50
ปฐพีธาราไคโตซาน เป็นสูตรโอลิโกเมอร์… ที่ผ่านการย่อยสายโมเลกุลด้วยเอนเซม์จนมีขนาดเล็กจิ๋ว… เล็กกว่าไคโตซานธรรมดาทั่วไปหลายเท่าตัว ทำให้มันสามารถซึมผ่านปากใบและผนังเซลล์ของต้นทุเรียนได้ทันที… โดยที่ต้นไม้ไม่ต้องเปลืองพลังงานในการย่อยสลายอีกรอบ
ส่วนสัดส่วน 50:50 นั้น… คือความสมดุลที่พอดีที่สุดระหว่างการกระตุ้นภูมิต้านทานโรคกับการเร่งการเจริญเติบโต… พ่นเข้าไปปุ๊บ พืชเอาไปใช้สกัดโรครากเน่าโคนเน่าได้ทันท่วงที… และช่วยให้ทุเรียนพร้อม แตกยอด รัดใบอ่อน ได้ไวขึ้นทันตาเห็น โดยไม่ต้องรอฟื้นตัวนานครับพี่น้อง
ปลอดสารตกค้าง — ผลยืนยันจากห้องแล็บกลาง (ตาราง 4 กลุ่ม)
ทำสวนยุคนี้… เรื่องสารตกค้างเป็นเรื่องคอขาดบาดตายนะพี่ ส่งออกไปจีนถ้าเจอสารปนเปื้อนขึ้นมาคือจบเห่… ปฐพีธาราไคโตซาน ผ่านการส่งตรวจสารพิษตกค้างอย่างเข้มงวดจากห้องปฏิบัติการมาตรฐานการันตีด้วย ผลแล็บ TRSK69/07416 ยืนยันว่าไม่พบสารเคมีตกค้างใน 4 กลุ่มอันตราย ดังนี้ครับ:
| กลุ่มสารเคมีที่ตรวจพบ | จำนวนรายการที่ตรวจ | ผลการทดสอบจากแล็บ |
|---|---|---|
| Organophosphate | 15 รายการ | Not Detected (ไม่พบ) |
| Organochlorine | 16 รายการ | Not Detected (ไม่พบ) |
| Carbamate | 10 รายการ | Not Detected (ไม่พบ) |
| Pyrethroid | 7 รายการ | Not Detected (ไม่พบ) |
ใช้คู่กับกรดอะมิโน ผลต่างกันยังไง
“ถ้าพ่นไคโตซานเดี่ยวๆ กับพ่นคู่กับอะมิโน… มันจะต่างกันไหมหมอ” พี่น้องถามผมคำถามนี้บ่อยมาก… ผมเปรียบเทียบให้ฟังง่ายๆ นะครับ ไคโตซานเหมือนตัวเปิดทาง… ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและกระตุ้นราก ส่วน ปฐพีธารากรดอะมิโน เหมือนข้าวปลาอาหารชั้นดี… ที่พืชพร้อมตักเข้าปากกินได้เลยทันทีฃ
เมื่อใช้คู่กัน… มันจะทำงานเสริมฤทธิ์กันได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวหนึ่งช่วยเปิดระบบรากและปกป้องเซลล์… อีกตัวส่งสารอาหารเข้าไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำให้ต้นทุเรียนที่เคยโทรมจากรากเน่าโคนเน่าฟื้นตัวกลับมา แตกยอด รัดใบอ่อน ได้เร็วขึ้น ใบเขียวเข้ม หนา และมันวาว… แตกต่างจากการใช้สารเดี่ยวๆ อย่างเห็นได้ชัดครับ
ธาตุอาหารที่อยู่ในกรดอะมิโนสูตรไอออน (ตารางแสดงค่าจากแล็บ)
เพื่อให้พี่น้องเห็นของจริง… ปฐพีธารากรดอะมิโน (Amino Acid 58% สูตรไอออน) ของเราผ่านการวิเคราะห์ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริมจากห้องแล็บด้วย ผลแล็บ TRSK69/07415 มีตัวเลขชัดเจน… ไม่ใช่การนั่งเดาเอาเองครับ:
| ธาตุอาหารที่ตรวจพบ | ปริมาณที่พบในผลิตภัณฑ์ | บทบาทต่อการเจริญเติบโตของทุเรียน |
|---|---|---|
| โพแทสเซียม (K) | 7.71% | ควบคุมการเปิด-ปิดปากใบ ลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงยอดใหม่ |
| แคลเซียม (Ca) | 9,957 mg/kg | เสริมความแข็งแรงของผนังเซลล์ ช่วยให้ใบอ่อนไม่หงิกงอ |
| โบรอน (B) | 3,314 mg/kg | ช่วยในการแบ่งเซลล์พืช ส่งเสริมการแตกยอดและตาดอก |
| เหล็ก (Fe) | 8,001 mg/kg | แกนสำคัญในการสร้างคลอโรฟิลล์ ช่วยให้ใบอ่อนเขียวเข้มเร็วขึ้น |
| แมกนีเซียม (Mg) | 1,139 mg/kg | ช่วยในการปรุงอาหาร เสริมประสิทธิภาพการสังเคราะห์แสง |
| สังกะสี (Zn) | 40 mg/kg | ยืดข้อ ยืดปล้อง ช่วยให้ทุเรียนแตกยอดได้ยาว ใบใหญ่ |
วิธีผสมที่ถูกต้อง — ลำดับนี้ห้ามสลับ
“หมอ… ผมเอาทุกอย่างเทโครมลงถัง 200 ลิตรพร้อมกันเลยได้ไหม สะดวกดี” หยุดก่อนครับพี่น้อง… ทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ! การผสมอินทรีย์ชีวภาพร่วมกับยาเคมีมันมีศาสตร์ของมันอยู่… ถ้าพี่สลับลำดับผิด… สารอาหารอาจจะตกตะกอน นอนก้นถัง หรือแยกชั้นจับตัวเป็นก้อน ทำให้หัวฉีดอุดตัน… แถมประสิทธิภาพในการกระตุ้นให้ทุเรียน แตกยอด รัดใบอ่อน ก็จะลดฮวบลงไปด้วยครับ
ขั้นตอน ทีละขั้น ทำตามได้เลย
เวลาพี่น้องจะผสมน้ำพ่น… ให้ทำตามขั้นตอนที่หมอแนะนำอย่างเคร่งครัดทีละขั้นตามนี้เลยนะครับ…
- ขั้นตอนที่ 1:เตรียมน้ำสะอาดใส่ถัง… ใส่ยาเคมี (เช่น ยาฆ่าหนอน หรือยาฆ่าเชื้อรา) ลงไปเป็นอันดับแรก จากนั้นคนให้ยาละลายเข้ากับน้ำจนหมด
- ขั้นตอนที่ 2: เติม ปฐพีธารากรดอะมิโน ตามอัตราส่วนที่ต้องการลงไป… แล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากันดี
- ขั้นตอนที่ 3 เติม ปฐพีธาราไคโตซาน ลงไปเป็นลำดับสุดท้าย… เพื่อให้ไคโตซานเข้าไปทำหน้าที่ปรับค่า pH ของน้ำในถังผสมให้มีความเป็นกลาง เหมาะสมกับการดูดซึมของเซลล์พืชที่สุด
- ขั้นตอนที่ 4: คนส่วนผสมทั้งหมดในถังให้เข้ากันอีกรอบ… เท่านี้ก็พร้อมเอาไปฉีดพ่นในสวนได้เลยครับ
ผสมคู่กับอะไรได้บ้าง และอะไรที่ต้องระวัง
⚠️ ข้อควรระวังและสิ่งที่ผสมเพิ่มได้:
ผสมเพิ่มเติมได้: เพื่อความสบายใจและอยากเพิ่มความสมบูรณ์… พี่น้องสามารถเติมแคลเซียมโบรอน, สาหร่ายทะเล หรือน้ำตาลทางด่วน ร่วมเข้าไปในถังผสมได้เลยครับ… โดยให้เติมในขั้นตอนแรกตอนผสมยาเคมีได้เลย
⚠️ ห้ามผสมปฐพีธาราไคโตซานรวมกับสารเคมีที่เป็นเนื้อน้ำมัน,, สารไวท์ออยล์ หรือสารเคมีสูตรน้ำข้น… เพราะไคโตซานจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับน้ำมัน ทำให้จับตัวเป็นก้อน ตกตะกอนทันทีครับ
—
ใช้ช่วงไหนของทุเรียน ใช้อัตราเท่าไหร่
“หมอ… แล้วแต่ละช่วงอายุ หรือแต่ละระยะของต้นทุเรียน มันต้องพ่นยังไงบ้างล่ะ” เพื่อให้พี่น้องชาวสวนใช้งานได้ง่าย… ไม่ต้องนั่งเดาอัตราส่วนให้ปวดหัว ผมทำตารางสรุปการใช้คู่หูปฐพีธาราในแต่ละระยะมาให้เรียบร้อยแล้วครับ… เน้นบำรุงระบบราก ป้องกันรากเน่าโคนเน่า และช่วยให้ต้นพร้อม แตกยอด รัดใบอ่อน ได้สมบูรณ์ทุกช่วงครับ
ตารางแบ่งตามระยะ — ตั้งแต่รากเดินจนถึงก่อนตัดลูก
ปุ๋ยเคมีทางดิน ใส่ควบคู่ได้เลย
มีพี่น้องชาวสวนบางคนเดินมาถามผมแบบกังวลใจ… “หมอ… ถ้าผมใช้ชุดปฐพีธาราที่เป็นชีวภาพแล้ว ผมต้องหักดิบหยุดปุ๋ยเคมีทางดินเลยไหม… กลัวต้นมันจะขาดธาตุอาหารหลัก”
ผมตอบตรงนี้ให้สบายใจเลยครับว่า หมอไม่ได้สั่งให้พี่หยุดใส่ปุ๋ยเคมีเลยนะครับ… ปุ๋ยเคมีทางดินสูตรต่างๆ ที่พี่เคยใช้อยู่… พี่ก็ยังสามารถใส่ควบคู่ไปได้ตามปกติเลยครับ…
เพราะสารชีวภาพของปฐพีธาราจะเข้าไปช่วยฟื้นฟูรากพืชให้แข็งแรง พอรากทุเรียนมันดี มันสมบูรณ์… มันก็จะช่วยดูดซับปุ๋ยเคมีที่พี่หว่านลงดินไปใช้ประโยชน์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น ไม่สูญเสียไปเปล่าๆ… แต่เรื่องปริมาณและจังหวะการใส่นั้น… การตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่ตัวพี่น้องชาวสวนเองเลยครับ หมอเป็นเพียงที่ปรึกษา
—
หลายสวนเริ่มลดเคมีกันแล้ว
จากที่ผมได้ลงพื้นที่… เดินเข้าออกสวนทุเรียนในแถบจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียงมา7-8 เดือน… หลายๆ สวนที่เปิดใจลองใช้คู่หูปฐพีธาราไคโตซานและอะมิโนควบคู่กับยาเคมีในตอนแรก… พอแกเห็นผลว่าต้นทุเรียนฟื้นตัวได้จริง สามารถ แตกยอด รัดใบอ่อน ได้ดี ใบเขียวหนาเป็นมัน… ตอนนี้หลายสวนเริ่มทยอยปรับลดปริมาณการใช้สารเคมีทางใบลงไปได้เยอะแล้วครับ…
บางสวนเต็มที่แกก็ใส่แค่ยาฆ่าหนอนเฉพาะช่วงที่ทุเรียนแตกใบอ่อน… กับยาฆ่าเชื้อราเฉพาะเวลาที่ฝนตกชุกจัดๆ เท่านั้น… ส่วนพวกเคมีบำรุงทางใบอื่นๆ แกแทบไม่ได้ซื้อเลย หันมาพึ่งพาอินทรีย์ชีวภาพเป็นหลักแทน
แต่หมอไม่อยากจะมาพูดสร้างความมั่นใจจนดูเวอร์… หรือเคลมว่ามันดีวิเศษเลิศเลออะไรขนาดนั้นหรอกครับ… ของแบบนี้ใจชาวสวนเขาไม่เชื่อคำพูดใครง่ายๆ อยู่แล้ว… หมออยากแนะนำให้พี่แยกฉีดดูสักโซนหนึ่งก่อน… ลองกับตาตัวเองในสวนของพี่เลย… ถ้าเห็นว่ามันดีจริง ต้นฟื้น ใบมา รากเดินดี… วันนั้นพี่ค่อยตัดสินใจปรับลดเคมีลงด้วยตัวเองครับ
คำถามที่ถามกันบ่อย
Q: ช่วงที่ทุเรียนกำลัง แตกยอด รัดใบอ่อน ถ้าเจอฝนตกชุกควรฉีดพ่นปฐพีธาราไหม?
- A:ควรฉีดพ่นครับพี่… เพราะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าที่มักจะระบาดมาพร้อมกับฝน และช่วยให้ใบอ่อนแก่เร็วขึ้นครับ
Q: ปฐพีธาราไคโตซานและอะมิโน เป็นอินทรีย์ชีวภาพ 100% ใช่ไหม?
- A:ใช่ครับพี่น้อง… ผลิตภัณฑ์ทั้งสองตัวเป็นสารสกัดอินทรีย์ชีวภาพบริสุทธิ์ ปลอดภัยต่อคนพ่นและไม่มีสารเคมีตกค้างตามผลแล็บครับ
Q: ถ้าอยากเห็นผลเรื่องการแตกยอดชัดเจนที่สุด ควรฉีดพ่นอย่างไร?
- A: แนะนำให้แยกฉีดเฉพาะชุดปฐพีธาราเดี่ยวๆ โดยไม่ปนยาเคมีครับ… แต่ทั้งนี้การตัดสินใจเลือกวิธีฉีดพ่นก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของพี่น้องชาวสวนครับ
Q: สามารถนำปฐพีธาราไคโตซานไปทาแผล รากเน่าโคนเน่า โดยตรงได้ไหม?
- A:ได้เลยครับพี่… ให้ถากแผลส่วนที่เน่าฉ่ำน้ำออกก่อน แล้วใช้ไคโตซานผสมเข้มข้น 1:1ทาชโลมที่แผลสด ทุกๆ 5 วัน จะช่วยให้แผลแห้งไวขึ้นครับ
Q: ถ้าผสมสลับลำดับ เอาไคโตซานใส่ก่อนยาเคมี จะเกิดอะไรขึ้น?
- A:น้ำในถังอาจเกิดปฏิกิริยาจนตกตะกอน แยกชั้น หรือจับตัวเป็นก้อนข้น… ทำให้พืชดูดซึมสารอาหารไม่ได้และอุดตันหัวฉีดพ่นครับ
Q: ใช้ชุดปฐพีธาราบ่อยเกินไป จะทำให้ใบใบทุเรียนไหม้หรือเปล่า?
- A: ไม่ไหม้ครับพี่… เพราะเป็นสารชีวภาพธรรมชาติโมเลกุลเล็ก ไม่มีความร้อนสะสมในเซลล์พืชเหมือนสารเคมีเข้มข้นทั่วไปครับ
สารปรับปรุงดิน — สำหรับสวนที่อยากแบกผลจริงๆ
section นี้… ผมขอแยกเนื้อหาออกต่างหากเพื่อมาคุยกับ “ชาวสวนสายแบก” โดยเฉพาะเลยครับ… พี่น้องประเภทที่มีทุเรียนต้นใหญ่ อายุ 12-15 ปีขึ้นไป โครงสร้างต้นหนา… ใจถึง อยากแบกผลผลิตต่อต้นให้อยู่ในระดับ 100-120 ลูกขึ้นไป… แน่นอนว่าทุเรียนที่แบกลูกหนักขนาดนี้ ระบบรากและดินใต้ทรงพุ่มจะถูกใช้งานอย่างหนักหน่วง… ดินมักจะแน่น เป็นกรดสะสมจากการอัดปุ๋ยเคมีเร่งลูก… จนรากฝอยเริ่มกุดและเสื่อมสภาพ
ผมจึงแนะนำให้ใช้ สารปรับปรุงดินปฐพีธารา (PTG Soil Conditioner) ชนิดเม็ดหว่าน… ตัวนี้จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูโครงสร้างดินที่เสื่อมโทรม คลายดินที่แน่นให้ร่วนซุย… ทำให้รากทุเรียนต้นใหญ่มีกำลังในการแตกรากฝอยใหม่ ออกมาดูดสารอาหารไปเลี้ยงลูกร้อยกว่าลูกบนต้นได้อย่างสบายๆ โดยที่ต้นไม่โทรมทรุดและไม่เสี่ยงล้มพับจากโรครากเน่าโคนเน่าหลังเก็บเกี่ยวครับ
มีอะไรอยู่ในนั้น และแต่ละตัวทำหน้าที่อะไร
ในสารปรับปรุงดินปฐพีธารากระสอบนี้… ผมคัดสรรสารปรับสภาพดินและจุลินทรีย์ตัวเก่งใส่มาให้ครบจบในเม็ดเดียว ซึ่งแต่ละตัวมีหน้าที่สำคัญดังนี้ครับ:
- Bacillus subtilis: จุลินทรีย์ปฏิปักษ์สายพันธุ์พิเศษ… มีหน้าที่เข้าไปยับยั้งและทำลายสปอร์ของเชื้อราไฟทอปเธอร่าในดิน คุมโรครากเน่าโคนเน่าไม่ให้ลุกลาม
Humic Acid (กรดฮิวมิก): ตัวช่วยตรึงสารอาหารและคลายโครงสร้างดิน… ช่วยระบายน้ำและเพิ่มอากาศในดิน ทำให้ดินร่วนซุย รากเดินสะดวก - Dolomite 20% (Ca+Mg): โดโลไมท์เข้มข้น… มีหน้าที่ปรับค่าความกรด-ด่าง (pH) ของดินให้กลับมาเป็นกลาง เหมาะแก่การทำมาหากินของรากพืช
- Silicon (Si): เสริมความแกร่งให้ผนังเซลล์ของราก… ทำให้โครงสร้างรากเหนียว แข็งแรง ทนทานต่อการชอนไชและการเข้าทำลายของโรคในดิน
- Chitosan: สารชีวภาพเคลือบเม็ด… ช่วยกระตุ้นระบบรากฝอยให้ตื่นตัวและหลั่งสารต้านทานโรคตั้งแต่เนิ่นๆ
- Amino Acid Chelate: อะมิโนในรูปคีเลต… ช่วยให้รากสามารถดูดซึมสารอาหารไปใช้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้ทันทีโดยไม่ต้องรอกระบวนการทางเคมีในดิน
ตรวจค่า NPK จากแล็บแล้ว — ได้ตัวเลขเท่านี้ (ตาราง)
เราคุยกันด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ครับพี่น้อง… สารปรับปรุงดินปฐพีธาราผ่านการตรวจสอบปริมาณธาตุอาหารหลักจากห้องปฏิบัติการกลางยืนยันด้วย ผลแล็บ TRSK69/07417 ได้ค่าตัวเลขชัดเจนดังนี้ครับ:
| ธาตุอาหารหลักอินทรียวัตถุ | ค่าที่ตรวจพบจากผลแล็บ | ประโยชน์ต่อต้นทุเรียนสายแบก |
|---|---|---|
| ไนโตรเจน (N) | 0.49 g/100g | เสริมโครงสร้างใบอ่อนให้สมบูรณ์ แตกยอดได้ต่อเนื่องหลังแบกลูกหนัก |
| ฟอสฟอรัส (P) | 0.20 g/100g | กระตุ้นการแตกรากฝอยให้แผ่ขยาย... เพิ่มพื้นที่การหากินใต้ดิน |
| โพแทสเซียม (K) | 1.72% | ช่วยส่งเสริมการเคลื่อนย้ายแป้งและน้ำตาล... เพิ่มเนื้อ เพิ่มน้ำหนักผล |
สำหรับชาวสวน “สายแบก” ที่ทำทุเรียนต้นใหญ่และต้องการแบกผลผลิตหนัก ๆ ระดับ 100–120 ลูกต่อต้น การใช้ 3 เกลอปฐพีธารา (ไคโตซาน, กรดอะมิโน, และสารปรับปรุงดิน) ควบคู่กับการดูแลปกติ จะได้รับประโยชน์ที่ตรงจุดและชัดเจนดังนี้ครับพี่น้อง:
ฟื้นฟูดิน คลายดินแน่น: สารปรับปรุงดินที่มีโดโลไมท์ 20% และฮิวมิกแอซิด จะช่วยปรับดินที่เป็นกรดให้เป็นกลาง คลายดินที่แน่นจากการอัดปุ๋ยเคมีให้ร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี เหมาะสำหรับต้นที่ต้องกินอาหารหนัก
รากฝอยแตกพรึบ ดูดซึมปุ๋ยเก่ง: แร่ธาตุฟอสฟอรัส ร่วมกับอะมิโนและไคโตซาน จะช่วยเร่งการแตกรากฝอยใหม่ให้แผ่ขยายกว้างขวาง ทำให้ต้นทุเรียนดูดซึมทั้งสารอาหารและปุ๋ยเคมีทางดินที่พี่หว่านไปใช้ได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
สร้างเกราะกัน โรครากเน่าโคนเน่า: จุลินทรีย์ Bacillus subtilis ในสารปรับปรุงดินจะช่วยคุมเชื้อราในดิน ส่วนไคโตซานสูตรโอลิโกเมอร์จะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ผนังเซลล์และรากแข็งแรง ตัดวงจรโรคเน่าไม่ให้มาทำลายต้นที่กำลังแบกลูก
ต้นไม่โทรม ใบหนา แบกลูกได้สุดทาง: กรดอะมิโนสูตรไอออนและธาตุอาหารรอง-เสริม (เช่น แคลเซียม, แมกนีเซียม, เหล็ก, สังกะสี) จะซึมลึกเข้าช่วยปรุงอาหาร ทำให้ใบอ่อนแก่เร็ว ใบเขียวเข้มหนาเป็นมัน มีพลังงานเพียงพอที่จะส่งไปเลี้ยงผลผลิตจำนวนมากได้โดยที่ต้นไม่ทรุดโทรมหรือใบร่วงคาต้นครับพี่น้อง